ปูอบวุ้นเส้น

สวัสดีค่าาา
เชื่อว่าหลายๆคน คงชอบรับประทานอาหารทะเลกันมากๆเลยใช่ไหมค่ะ
เพราะนอกจากจะได้รับประโยชน์แล้ว
เจ้าอาหารทะเลยังมีรสชาติที่อร่อยอีกมากๆด้วย

ฮึ่ม…. แค่พูดก็น้ำลายสอไปตามๆกันแล้ว
วันนี้ค่ะเรามีเมนูง่ายๆมาฝากกัน
เป็นเมนูเกี่ยวกับเจ้าตัวสีดำขาเยอะๆ พอสุกแล้วตัวก็จะสีแดง
นึกกันออกแล้วใช่ไหมค่ะ เจ้าปูเนื้อแน่นๆหวาน
หรือจะเป็นปูไข่ มันเยิ้มเต็มกระดอง เราไปดูเมนูกันเลยดีกว่าค่ะ

ปูอบวุ้นเส้น


วัตถุดิบ

1.ปูเนื้อหรือปูไข่ 1 ตัว ตัวละประมาณ 300 – 500 กรัม

2.ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ

3.ซอสปรุงรส 3 ช้อนโต๊ะ

4.วุ้นเส้นสด 100 กรัม

5.พริกไทยดำ 1 ช้อนชา

6.ขิงแก่หั่นบาง 7-10 แว่น

7.น้ำตายทราย 1 ช้อนชา

8.กระเทียมไทยบุบๆ 5 กลีบ

9.มันหมูหรือเบคอน 2 ชิ้น

10.น้ำมันงา 1 ช้อนชา

11.คื่นไฉ่ 3 ต้นหั่นประมาณ 1 นิ้ว

12.น้ำซุป 1 ถ้วยตวง

มาดูวิธีทำกันเลยค่ะ

1.ล้างปูให้สะอาดใช้แปรงขัดๆ เอาคราบโคลนที่เปื้อนกระดองปูออก
เสร็จแล้วก็หั่น ชิ้นใหญ่ เล็กตามใจชอบเลยนะคะ

2.ผสมซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม
น้ำซุป พริกไทย น้ำตาล น้ำมันงา วุ้นเส้นคนๆให้เข้ากัน

3.นำเบเคอนหรือมันหมูวางรองหม้อ แล้วใส่วุ้นเส้นที่เราผสมไว้ลงไป
ตามด้วยปูและคื่นไฉ่โปะหน้า แล้วนำตั้งไฟปิดฝา จนกว่าจะสุก

เห็นไหมละคะ ทำไม่ยากเลยแค่ไม่กี่นาทีเราก็จะได้กินเจ้าปูตัวโตก้ามใหญ่ๆ
เนื้อหวานๆกันแล้ว ถ้ามีน้ำจิ้มซีฟู้ด หรือจิ๊กโฉ่ ก็จะช่วยชูรสชาติได้เพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ

และที่สำคัญก็อย่าลืมกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็น ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง หอยแห้ง ปูแห้ง ปลาแห้ง
อาหารทะเลแห้ง เรื่องทะเลให้นึกถึงเรานะคะ

16 ประโยชน์และสรรพคุณของปลาแซลมอน

สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับอาหารทะเลกันอีกแล้วค่ะ

เชื่อว่าหลายๆท่านนิยมบริโภคปลาแซลมอน
เพราะนอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยแล้ว
ยังมีคุณค่าทางสารอาหารอีกมากมาย

อีกทั้งสามารถนำมาปรุงอาหารได้ทั้งสุกหรือดิบ
แบบดิบที่ชื่นชอบรับประทานกันนั่นก็คือ เมนูซาซิมินั่นเอง
เรามีคุณประโยชน์จากปลาสีส้มมาฝากกันค่ะ

ถ้าหากจะพูดถึง โอเมก้า 3
ส่วนใหญ่แล้ว คนเราก็มักจะนึกถึงปลาแซลมอนกันค่ะ
ถูกแล้วค่ะ…แต่ปลาแซลมอนนั้น
เค้าไม่ได้มีดีแค่มีโอเมก้า 3 เพียงอย่างเดียวนะคะ
วันนี้…เราจะมาบอกถึงเรื่องราว และประโยชน์ดีๆที่ได้รับ
จากการรับประทานปลาแซลมอนกันค่ะ

ปลาแซลมอนเนี่ยเค้าก็จะมีหลายสายพันธุ์นะคะ
แบ่งเป็น 2 สายพันธุ์หลักๆคือ ปลาแซลมอนแอตแลนติก
และ ปลาแซลมอนแปซิฟิก ค่ะ

แต่จริงๆแล้ว ก็ต้องแบ่งประเภทกันอีกอย่างนึงนะคะ

คือส่วนใหญ่แล้ว ปลาแซลมอนที่เรากินกันอยู่
เป็นประจำนั้นจะเป็นปลาแซลมอนเลี้ยง
ไม่ได้มาจากปลาแซลมอนธรรมชาติค่ะ

ส่วนความน่ากินและน่าสงสารเค้าในเวลาเดียวกัน
นั่นก็คือ

เวลาที่เค้าจะวางไข่เนี่ย
เค้าจะไปวางไข่ในแหล่งน้ำที่เป็นน้ำจืด
เช่นในแม่น้ำลำธารต่างๆค่ะ

คือก่อนที่เค้าจะว่ายน้ำไปถึงทะเลสาบ หรือลำธารต่างๆเนี่ยค่ะ
บางสายพันธุ์ เค้าจะว่ายน้ำจากทะเลหรือมหาสมุทรเนี่ย
ไปเป็น พันๆกิโลเมตรเลยนะคะ

แต่หลังจากที่เค้าวางไข่เสร็จแล้ว
ส่วนใหญ่แล้ว เค้าก็จะตายค่ะ
น่าสงสารเหมือนกันนะคะ

แนะนำค่ะ ถ้าเราเลือกได้ หรือเป็นไปได้
ให้เลือกปลาแซลมอนที่มาจากธรรมชาตินะคะ

เพราะปลาแซลมอนที่มาจากธรรมชาตินั้น
ส่วนใหญ่แล้ว พ่อค้าเค้าจะจับปลาแซลมอน
มาตอนช่วงที่เค้าวางไข่เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

ถ้าเพื่อนๆเลือกได้ดังนั้นแล้ว
เพื่อนๆก็จะได้ประโยชน์เพิ่มอีก 2 อย่างค่ะ

คือ เราจะได้รับประทานปลาแซลมอนที่มีกล้ามเนื้อ
เนื้อแน่นๆ !! เลยค่า..
เพราะว่า เค้าว่ายมาตั้งไกลเป็นพันๆกิโลเมตรเลยนะคะ
ดังนั้น ช่วงนี้ปลาแซลมอนเค้าก็จะ
ฟิต แอนด์ เฟิร์มมากค่ะ

คุณจะรู้สึกบาปน้อยลงไปเยอะค่ะ
เพราะหลังจากที่เค้าวางไข่ไปหมดแล้ว
ก็อย่างที่บอกไปค่ะ เค้าก็จะหมดแรง
แล้วส่วนใหญ่แล้ว เค้าก็จะตายไปค่ะ

นั้นเรามาเรียนรู้
16 ประโยชน์และสรรพคุณของปลาแซลมอนกันค่า…

แหล่งรวม โอเมก้า 3 ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ
ช่วยในเรื่องพัฒนาการสุขภาพของทารก
โรคอัลไซเมอร์ สมองเสื่อม
และระบบการทำงานด้านการเรียนรู้ เป็นต้น

มีโปรตีนสูง
ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย
ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอภายในร่างกาย
ให้พลังงานแก่ร่างกายในกรณีร่างกายขาดพลังงาน
สร้างน้ำย่อย ฮอร์โมน และน้ำนม
รวมไปถึงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วย
รักษาสมดุลของน้ำตาลในเลือด เนื้อเยื่อ
และเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย
รวมไปถึงความเป็นกรดด่างของร่างกายด้วย
กระตุ้นการผลิตกลูโคส
เพราะหลังจากนั้นกลูโคสจะเดินทางไปที่ตับ
และทำให้ร่างกายของเรารู้สึกอิ่ม
ก่อนจะส่งสัญญาณไปยังสมอง
ว่าหยุดรับประทานอาหารได้แล้ว

พลังงานจากไขมันเป็นไขมันที่ดีต่อร่างกาย
ไขมันที่อยู่ในเนื้อปลาแซลมอนนั้นเมื่อทานเข้าไปแล้ว
จะช่วยเพิ่มระดับ HDL ภายในเลือด
จึงช่วยลดปริมาณไขมัน LDL ให้น้อยลงได้
ดังนั้น การทานปลาแซลมอน
จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ต่อสุขภาพ

โพแทสเซียมสูง
โพแทสเซียม มีบทบาทต่อการทำงาน
ของร่างกายหลายอย่าง
รวมไปถึง กระบวนการส่งสัญญาณประสาท
การบีบรัดตัวของกล้ามเนื้อ
ปรับสมดุลของเหลวร่างกาย
ให้อยู่ในปฏิกิริยาทางเคมีมากมาย

มีสารต้านอนุมูลอิสระ
สารต้านอนุมูลอิสระ เป็นสารที่ทำหน้าที่ ช่วยในการยับยั้ง
หรือลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น
ซึ่งเป็นต้นตอ ที่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ
ที่ให้โทษต่อร่างกาย
หากมีสารชนิดนี้ในร่างกายเป็นจำนวนมาก
จะทำให้ระบบการทำงานต่างๆ เสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว
เกิดเป็นอาการเจ็บป่วย ระบบภูมิคุ้มกันถดถอย

วิตามินดี ช่วยเสริมการใช้แคลเซียมและฟอสฟอรัส
ซึ่งจำเป็นต่อความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
หากรับประทานร่วมกับวิตามินเอ
และวิตามินซี จะช่วยป้องกันโรคหวัดได้
ช่วยในการรักษาโรคเยื่อบุตาอักเสบ
และช่วยในการดูดซึมของวิตามินเอ

วิตามินบี ช่วยเพิ่มพลังกายให้พร้อมทุกวัน
ป้องกันอาการปวดหัวจากการคิดงานตลอดทั้งวัน
ทำให้สิวไม่ขึ้นจากการอดหลับอดนอน
และร่างกาย ผ่อนคลายจากความตึงเครียด
อีกทั้ง ไม่เหวี่ยงวีนก่อนประจำเดือนมา

เกลือแร่นานาชนิดๆ
เกลือแร่มีความเกี่ยวข้อง
และเป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน
มีทั้ง แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และฟลูออรีน
ช่วยในการแข็งตัวของเลือด
ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท
การหดรัดตัวของกล้ามเนื้อ
และการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อต่าง ๆ

ดีสำหรับหัวใจ ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์
เพิ่มการย่อยสลายของกรดไขมัน
และป้องกันการเกิดคราบจุลินทรีย์

ช่วยลดน้ำหนัก
เพราะสารอาหารในปลาแซลมอนนี้
จะมีผลต่อเปอเซ็นต์ของไขมันในร่างกาย

ลดการอักเสบ
ในกรดไขมันของปลาแซลมอนนั้น
จะควบคุมฮอร์โมนในร่างกายของเรา
ทั้งยังสามารถลดการอักเสบ การปวดข้อ
การตอบสนองของภูมิคุ้มกัน
ของร่างกายที่เป็นอันตราย
เพราะอาจมีผลทำให้น้ำหนักเพิ่มได้

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง
กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนนี้
เป็นสารป้องกันเซลล์สมองแบบธรรมชาติ
และยังช่วยเพิ่มสมรรถนะด้านความทรงจำอีกด้วย

ต่อสู้กับโรคมะเร็ง
การกินปลาแซลมอน จะช่วยเพิ่มระดับกรดไขมันโอเมก้า 3
ซึ่งช่วยลดการอักเสบ และความเป็นพิษในร่างกาย
และยังป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ จากเคมีบำบัด

ป้องกันสมาธิสั้นในเด็ก
นักวิจัยพบว่า DHA และ DPA
จะสามารถช่วยลดอาการสมาธิสั้นในเด็กได้
ซึ่งเหมาะกับ เด็กออทิสติกเป็นอย่างมาก

ช่วยดูแลจอประสาทตา
ทำให้จอประสาทตาสามารถควบคุมเซลล์
และควบคุมเยื่อหุ้มเซลล์ที่จอตา
ให้รับแสงได้ดียิ่งขึ้น

เป็นแหล่งที่มาของซีลีเนียม
ช่วยในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง
ควบคุมการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์
และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำหน้าที่อย่างเหมาะสม

เราได้รู้ถึงประโยชน์และสรรพคุณ
ของปลาแซลมอนกันแล้วนะคะ

ภายใน 1 สัปดาห์
ควรรับประทานปลาแซลมอน 2 วัน
และไม่ควรบริโภคเกิน 340 กรัมต่อสัปดาห์

อย่าลืมปรุงสุก ก่อนนำมาให้เด็กๆรับประทานกันนะคะ
และเรายังมีเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับอาหารทะเลแบบนี้ให้กันอีกเรื่อยๆค่ะ

กะปิหวาน

กะปิคือการถนอมอาหารของคนไทยมาแต่ช้านาน
ครัวของหลายๆบ้านต้องมีกะปิติดครัวไว้
เพราะสามารถทำเมนูอาหารได้มากมาย

อีกทั้งบางท่านก็ยังนิยมเอามะม่วงเปรี้ยวมาจิ้มกะปิกิน
พูดแล้วก็เข็ดฟันน้ำลายสอกันเลยใช่ไหมค่ะ

วันนี้เรามีเมนูง่ายๆที่ใช้ส่วนผสมจากกะปิมาฝากกันค่ะ มาเริ่มกันเลย

ส่วนผสม

กะปิ 15 กรัม


น้ำตาลมะพร้าว 45 กรัม


พริกขี้หนูสับ 15 กรัม (เพิ่มลดได้ตามใจชอบ)


หอมแดงซอย 30 กรัม


กุ้งแห้งโขลกหยาบ 45 กรัม


น้ำเปล่า 30 กรัม

วิธีทำ
นำกะปิ น้ำเปล่า น้ำตาล ใส่กระทะเปิดไฟเบาเคี่ยวจนละลาย
จากนั้นใส่หอมซอย พริกขี้หนู กุ้งแห้ง
เคี่ยวจนข้นเหนียวดีแล้วจึงปิดไฟพักไว้

พร้อมเสิร์ฟคู่กับมะม่วง มะดัน หรือผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆตามใจชอบ
ไม่ยากเลยนะคะสำหรับเมนูคู่ครัวคนไทย คุณแม่บ้านลองทำกันดูนะคะ

สาระดีๆ และข้อระวังในการรับประทานอาหารทะเล

อาหารทะเลจัดว่ามีโปรตีนและสารอาหารสำคัญต่างๆอยู่มากมาย
ไม่ว่าจะเป็นแคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส วิตามินหรือสารอาหารอื่นๆ

อีกทั้งอาหารทะเลยังมีรสชาติอร่อย สามารถนำมาปรุงสุกหรือทานดิบได้
เช่น ซาซิมิต่างๆ แต่ก็ควรระวังในการรับประทาน

เพราะถ้าไม่สดจริงๆ อาจจะมีพยาธิ หรือเชื้อแบคทีเรียต่างๆ
ที่จะทำให้ท้องร่วง หรืออาหารเป็นพิษเอาได้

ดังนั้นการการรับประทานอาหารทะเลมีทั้งดีและโทษ
ในการบริโภคอาหารทุกชนิด

เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าควรระวังอะไรในอาหารทะเลบ้าง?
ก่อนเราจะซื้ออาหารทะเลนั้นต้องดูที่น้ำแช่อาหารทะเลว่าสะอาดดีหรือไม่
รวมทั้งสังเกตุดูจากอาหารทะเล ว่าเนื้อยังสดตึงผิดสังเกตุไหม
นั่นอาจหมายถึงอาหารทะเลได้แช่สารฟอร์มาลิน
เพื่อทำให้เนื้อสดตึงยืดอายุของอาหารทะเลนั่นเอง

จะทำอย่างไรถึงรู้ว่าอาหารนั้นแช่สารฟอร์มาลินมา
คือให้เราลองดมที่อาหารหากได้กลิ่นฉุนเหมือนยา
ไม่ใช่กลิ่นคาวจากทะเล อย่าซื้อเด็ดขาด
เพราะสารฟอร์มาลินเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ก่อนจะนำอาหารทะเลมาปรุง ควรล้างน้ำสะอาดให้มากๆ
และจัดการล้างภายในให้ทั่ว จึงนำแช่น้ำพักไว้สักครู่
จากนั้นล้างน้ำสะอาดอีกครั้งเพื่อลดสารปนเปื้อนในอาหาร

ควรพึงระวังเชื้อแบคทีเรียในอาหารทะเลให้มากๆ
โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เพราะเชื้อแบคทีเรีย
สามารถเติบโตได้ดีในที่ร้อนชื้น
จึงควรนำอาหารทะเลมาปรุงสุกเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อนทุกครั้ง

ถ้าเราไม่นำอาหารทะเลมาปรุงในทันที
ควรเก็บรักษาในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส
เพื่อเป็นการยับยั้งเชื้อโรคในการเจริญเติบโต
ซึ่งเชื้อโรคนั้นจะทำให้อาหารเน่าเสียได้ง่าย
หากเราแช่เย็นไว้แล้วนั้น ก็ไม่ควรเก็บไว้นาน
ควรรีบนำมาปรุงทำเป็นอาหารให้เร็วที่สุด

เคล็ดลับดีๆ และข้อระวังในการรับประทานอาหารทะเลนะคะ

วิธีป้องกันความชื้นและเชื้อรา

วันนี้เรามีสาระดีๆมาฝากกันเกี่ยวกับ วิธีป้องกันความชื้นและเชื้อรากันคะ

พวกกลุ่มอาหารแห้งก็คือการถนอมอาหารชนิดหนึ่ง
มักจะมีเชื้อราเกิดขึ้นได้ง่ายโดยเฉพาะในที่ที่มีความชื้นสูง
ถ้าเรารับประทานเข้าไปจะเป็นสารพิษสะสมในร่างกาย
มีผลต่อตับ และทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดลง
ซึ่งระยะยาวอาจทำให้เป็นมะเร็งตับได้

ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรใส่ใจและหาวิธีป้องกันอาหารจากเชื้อรากันค่ะ

เวลาเลือกซื้ออาหารแห้ง หรืออาหารทะเลแห้ง
ควรเลือกซื้ออาหารที่แห้งสนิท ไอน้ำได้ระเหยออกไปหมดแล้ว
และหากต้องการเก็บรักษานานๆ จะต้องอยู่ในภาชนะที่มิดชิด
และหมั่นเอามาตากแดดเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อรา
และแช่ไว้ในตู้เย็น จะช่วยยืดอายุของอาหารได้นานยิ่งขึ้น

ตัวอย่างการเก็บรักษาอาหารบางชนิดเพื่อยืดอายุให้นาน

พริกไทยเม็ด
ควรเก็บรักษาในภาชนะที่ปิดมิดชิดเช่นโหลแก้ว

กระเทียมและหอม
ควรเก็บไว้ในที่โปร่งอากาศถ่ายเท และมัดรวมกัน
เพราะเป็นอาหารที่ไวต่อความชื้นเชื้อรา
ผึ่งลมให้แห้งอยู่เสมอ หรือใช้ถุงซิปล็อกเก็บเข้าตู้เย็น

ผงฟูและเบคกิ้งโซดา
ควรเก็บไว้ในที่แห้งและอยู่ในภาชนะที่ปิดแน่นมิดชิด

กุนเชียง
ควรเก็บไว้ในที่โปร่งหรือใส่ถุงที่ปิดแน่นสนิทแช่ช่องแข็ง
จะช่วยยืดอายุของอาหารได้นานยิ่งขึ้น

กุ้งแห้ง
ควรจะล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำไปต้มสะเด็ดน้ำแล้วจึงนำไปคั่วให้แห้ง
เก็บใส่ถุงซิปล็อกแล้วนำไปแช่ช่องแข็ง
จะสามารถขจัดสารปนเปื้อนและยืดอายุของกุ้งแห้งได้เป็นปี

เคล็ดลับดีๆที่แม่บ้านหลายๆท่านไม่รู้ วันนี้หวังว่าจะถูกใจกันนะคะ

อาหารทะเล อาหารทะเลแห้ง มีประโยชน์กว่าที่เราคิด

โอ้ยแค่พูดถึงอาหารทะเล อาหารทะเลแห้ง หรือซีฟู้ด ก็ฟินน้ำลายสอกันแล้วใช่ไหมคะ
หลายๆคงคิดว่าอาหารทะเล อาหารทะเลแห้ง อุดมไปด้วยแหล่งโปรตีนกับไอโอดีน
แต่จริงๆแล้วในอาหารทะเล อาหารทะเลแห้ง นั้นมีสารอาหารอีกเยอะแยะเลยนะคะที่เราๆไม่ทราบกัน

เรานิยมบริโภคกันเพราะความอร่อยมากกว่าจะเห็นประโยชน์ของเจ้าซีฟู้ด
จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ด กุ้งเผา หมึกย่าง ปูนึ่ง ยิ่งพูดก็ยิ่งอยาก
เรามาดูกันค่ะว่าเจ้าซีฟู้ดทั้งหลายแอบแฝงไปด้วยสารอาหารอะไรบ้าง

ปลาหมึก และ ปลาหมึกแห้ง
พูดถึงปลาหมึกย่างนั้น น่าจะเป็นเมนูโปรดของหลายๆคนเลยนะคะ
ในปลาหมึกนั้นนอกจากจะมีโปรตีน ไอโอดีนแล้ว
ยังมีคาร์โบโบไฮเดรตและคอเลสเตอรอลอยู่สูงอีกด้วย
ควรบริโภคแต่พอดีนะคะ

กุ้ง และ กุ้งแห้ง
กุ้งนั้นสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลายอย่างและก็สามารถนำไปแปรรูปได้อีกด้วย
นอกจากจะพบโปรตีนในกุ้งแล้ว ยังมีคาร์โบไฮเดรตทำให้ร่างกายสดชื่น
ยิ่งถ้าเป็นพวกกุ้งฝอยที่ทานได้ทั้งตัวยังจะช่วยเพิ่มแคลเซี่ยมให้กระดูกของเราได้อีกด้วยค่ะ

ปลา และ ปลาแห้ง
ในเนื้อปลานั้นนอกจากอุดมไปด้วยโปรตีน โอเมก้า3
แต่ยังมีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆด้วย
เนื้อปลาจะย่อยง่ายไม่อึดอัดท้อง ถ้าเราๆทานพวกปลาเล็กปลาน้อย
ก็ยังได้แคลเซี่ยมเพิ่มขึ้นอีกเยอะเช่นกันค่ะ

หอยปู และ หอยปูแห้ง
อาหารยอดฮิตที่หลายๆคนชอบ ยิ่งสดเนื้อยิ่งหวานยิ่งฟิน
ในหอยและปูนั้น มีแคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส และเหล็กอยู่เป็นจำนวนมาก
อีกทั้งยังมีวิตามินต่างๆที่ร่างกายต้องการ ทั้งอร่อยทั้งประโยชน์เยอะมากๆเลยนะคะ

อาหารทุกชนิดขอให้ทานอย่างมีสติ และควรบริโภคอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่นะคะ

สารอาหารในกุ้งแห้ง

กุ้งแห้งเป็นการถนอมอาหารที่ทำกันมาตั้งแต่โบราณ เพื่อช่วยยืดอายุอาหารให้เก็บไว้ใช้ได้นานๆ
กุ้งแห้งยังได้รับการนิยมบริโภคกันอย่างมาก เพราะสามารถนำมาปรุงทำอาหารได้หลากหลายเหลือเกิน
ทั้งทานกับข้าวต้ม หรือข้าวสวย หรือทานเล่นๆ และยังสามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเมนูเครื่องเคียงต่างๆได้

ทุกคนรู้ไหมคะว่าเจ้ากุ้งแห้งยังใช้ทำเป็นขนมได้เช่น คุ้กกี้กุ้งแห้ง 0.O
เห็นไหมละคะ ด้วยความอร่อยของเจ้ากุ้งแห้ง จึงทำให้เกิดเมนูต่างๆได้

หลายๆคนคงสงสัยว่าเมื่อกุ้งถูกมาทำเป็นกุ้งแห้ง กระบวนการของการถนอมอาหารนี้
จะทำให้เจ้ากุ้งแห้งเสียคุณค่าทางโภชนาการหรือเปล่า
หรือมีสารอาหารอื่นๆเพิ่มขึ้นหรือเปล่า เรามาดูกันเลยค่ะ

เจ้ากุ้งแห้งนี้ทำมาจากเนื้อสัตว์ อย่างแรกที่เราๆคิดถึงโภชนาการจากเนื้อสัตว์คือ โปรตีน ใช่ไหมค่ะ
ในกุ้งแห้ง 100 กรัมนั้น จะมีโปรตีนอยู่ 50-55 กรัม ซึ่งจะมากกว่ากุ้งสด
ในกุ้งสด 100 กรัม จะมีโปรตีนอยู่แค่ 25 กรัม

ฉะนั้นในกุ้งแห้งถือว่าเป็นแหล่งสารอาหารที่อุดมด้วยโปรตีนอยู่มากทีเดียว
และคุณค่าโภชนาการที่ต่างกัน ระหว่างกุ้งสดกับกุ้งแห้ง

ในกุ้งแห้งยังพบปริมาณของคอเลสเตอรอลมากถึง 640 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมเลยทีเดียว
แต่คอเลสเตอรอลจากกุ้งสด พบแค่ 190 มิลลิกรัมเท่านั้น
ผู้ที่มีปัญหาทางด้านความดัน หรือ ไขมันในเส้นเลือด ควรบริโภคอย่างระมัดระวังนะคะ

และสารอาหารที่สำคัญที่ทำให้เกิดเจ้ากุ้งแห้งนั้น คงหนีไม่พ้น โซเดียม
จากกุ้งแห้ง 100 กรัม จะพบปริมาณโซเดียมอยู่ถึง 1000-2000 มิลลิกรัมเลยทีเดียว
ขณะที่กุ้งสดมีแค่ 100-200 มิลลิกรัม

จากแหล่งโภชนาการนั้นจะเห็นได้ว่าเจ้ากุ้งแห้ง

มีทั้ง โปรตีน คอเลสเตอรอลและโซเดียมมากกว่ากุ้งสดต่างกันชัดเลยทีเดียว ดังนั้นผู้บริโภค ควรรับประทานกุ้งแห้งแต่พอเหมาะนะคะ

การเลือกซื้อปลาสด

ไม่ว่าจะเป็นปลาทะเลหรือปลาน้ำจืดก็เป็นแหล่งอุดมด้วยสารอาหารมากมาย
ซึ่งจะอุดมไปด้วยโปรตีนและ โอเมก้า3 เป็นสารอาหารหลักๆ
อีกทั้งยังย่อยง่าย ไขมันน้อยและเป็นไขมันที่ดี เหมาะกับสาวๆหรือหนุ่มๆ
ที่ต้องการลดหรือควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดีเลยนะคะ

เรามีวิธีเลือกซื้อปลาสดๆมาฝากกันค่ะ น่าจะถูกใจคุณแม่บ้านอย่างแน่นอน

  1. ตาปลาต้องใส สีไม่ขุ่น และไม่กลวงโบ๋นะคะ
  2. เกล็ดปลาต้องเป็นเงาเรียบและติดแน่นกับตัวปลา
  3. เหงือกสีต้องแดงสด ไม่ซีด
  4. กดเนื้อปลาเนื้อต้องแน่น เด้ง และไม่เละ
  5. ใต้ท้องของปลาต้องไม่แตก
  6. กลิ่นปลาต้องไม่ตุ ต้องเป็นกลิ่นปลาธรรมชาติ

นี่เป็นวิธีเลือกซื้อปลาง่ายๆสำหรับคุณแม่บ้าน ที่จะได้ปลาสดๆมาปรุงอาหารอร่อยๆ
และอย่าลืมนะค่ะ ปลาแห้งก็ได้ได้คุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกัน และไม่มีสารเคมีปนเปื้อนนะคะ

มาทำความรู้จักกับกะปิกันค่ะ

มาทำความรู้จักกับกะปิกันค่ะ

เชื่อว่าหลายๆบ้านต้องมีเจ้ากะปิติดบ้านไว้ใช้ในการปรุงอาหาร เพราะสามารถทำอาหารได้หลายหลากเมนูเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นหมูผัดกะปิ น้ำพริกกะปิ ต้มส้ม กะปิหวาน หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนผสมในเครื่องแกงต่างๆ และหลายๆเมนูอีกมากมาย เจ้ากะปิจึงเป็นส่วนผสมที่สำคัญในการปรุงเมนูอาหารต่างๆออกมาให้มีรสชาติที่ดี หอม และกลมกล่อม

ภาษาใต้จะเรียกกะปิว่าเคย เพราะกะปิทำมาจากเคย ทางใต้จึงมักนิยมเรียกว่า เคย
เคยจะมีลักษณะตัวเล็กๆคล้ายกุ้ง และนำไปโขลกกับเกลือ
เคยเป็นกุ้งตัวเล็ก เปลือกบาง ตาสีดำ ตัวใสๆ มักพบเจอตามป่าชายเลน
วันนี้เรามีเมนูง่ายๆเกี่ยวกับเจ้ากะปิ มานำเสนอกันค่ะ

หมูผัดกะปิ

เนื้อหมูติดมัน 200 กรัม

กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ

ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ

กระเทียมสับละเอียด 5 กลีบ
น้ำมันพืชนิดหน่อย (แต่ถ้าใช้น้ำมันหมูจะหอมอร่อยกว่า)

พริกขี้หนูสวนตามชอบ

วิธีทำ
ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไปรอจนน้ำมันร้อน ใส่กระเทียมลงผัดให้หอม แล้วนำกะปิลงไปยีๆผัดต่อจนหอมดีค่อยใส่หมูลงไปผัดจนสุกแล้วปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่างๆ ตักใส่จานโรยพริกขี้หนูสวนหรือลูกโดดตามชอบ พร้อมเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ เป็นเมนูที่อร่อยเหาะไปเลยค่ะ แต่อย่าทานบ่อยน้าระวังอ้วนด้วย

การถนอมอาหาร โดยการตากแห้ง

การถนอมอาหาร โดยการตากแห้ง

พูดถึงบ้านเราการถนอมอาหารมีวิธีการมากมาย เช่นการแช่อิ่ม การดอง รมควัน การเชื่อม หรือตากแห้ง วันนี้เรามาทำความรู้จักกับการตากแห้งกันค่ะ

การถนอมอาหารโดยการตากแห้ง เป็นกระบวนลดน้ำของอาหาร ทำให้ตัวอาหารมีน้ำหนักเบาขึ้น โดยนำอาหารไปตากแดดหรือเข้าอบอุณหภูมิที่เหมาะสม ความชื้นของอาหารจะค่อยๆหายไป จนในที่สุดอาหารก็แห้งและเก็บรักษาในที่แห้งเย็นไว้ได้นาน คนโบราณมักจะเอาเกลือทาที่อาหารแล้วค่อยตาก เพื่อเพิ่มรสชาติและรักษาอายุของอาหารนั้นๆให้นานขึ้น ไม่จำเป็นเฉพาะแค่อาหาร ผักและผลไม้ก็สามารถนำมาตากแห้งเพื่อยืดอายุได้อีกด้วย

การตากแห้งแต่โบร่ำโบราณคือการตากด้วยแสงแดด วิธีนี้ใช้ตั้งแต่สมัยโบราณมาถึงปัจจุบัน เพราะมันเป็นกรรมวิธีที่ง่ายไม่ยุ่งยากอะไร ใช้อุปกรณ์น้อย ไม่เปลืองค่าใช้จ่าย เหมาะกับการทำใช้ในครัวเรือนมากกว่าอุตสาหกรรมค่ะ แต่ต้องระวังฟ้าฝนกันก่อนตากด้วยนะคะ

การตากด้วยเครื่องมือ ปัจจุบันนี้อาหารหรือผลไม้ตากแห้งนิยมรับประทานกันมาก ทำให้ความต้องการของผู้บริโภคก็มากตามขึ้นไปด้วย ดังนั้นจึงมีผู้ผลิตเครื่องมือตากแห้งมากมาย เพื่อช่วยลดเวลาในการตาก ช่วยให้ผลิตได้มากขึ้นและยังคงรักษาคุณค่าทางอาหารไว้ได้อีกด้วย เครื่องมือตากแห้งเลยมีหลายแบบแตกต่างกันไปเช่น เครื่องระเหยแห้ง เครื่องตากแห้งแบบเตาอบลมร้อน หรือเครื่องมือต่างๆ ที่กล่าวมานั้น เราสามารถตากแห้งได้หลายวิธีต่างกันไป แล้วแต่ใครสะดวกทำวิธีไหนนะคะ